ใช่ครับ อยากแปลกใจ สองเรื่องนี้ ไ่ม่ใช่เรื่องเีดียวกันครับ  แต่เกีี่ยวข้องกันอย่างมาก กับเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้นี่แหละ
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า  
"กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้"
 
เอ้ยยย  ไม่ใช่แล้ว 
 
เอาใหม่ เอาใหม่ ว่ากันดี ๆ 
 
 
 
ผู้พิการทางสายตา  หรือ ที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า  "คนตาบอด" นั้น ผมเชื่อว่า สำหรับคนกรุงเทพฯ หลาย ๆ คน หรือ เกือบทุกคนที่ทำงาน ตามแหล่ง ธุรกิจใจกลางเมือง อาจจะรู้สึกว่า "ไกลตัว"  ใช่ไหมครับ?
ผมไม่ได้พูดถึงผู้พิการทางสายตา ที่ ขอทานริมถนน หรือ เป็นวณิพก เดินร้องเพลง แลกกับ  เงิน  หรือ วงดนตรีึคนตาบอด อะไรเทือกนั้นนะครับ
 
ผมหมายถึง ผู้พิการทางสายตา ที่ทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด และ ประกอบอาชีพสุจริต เหมือนคนปรกติ ทั่วไปนี่แหละครับ
 
วันก่อนที่ผมเดินทางด้วยการใช้ บริการ MRT ก็ได้พบ ผู้พิการทางสายตาคนหนึ่ง ใช้ บริการ MRT เหมือนกัน  แน่นอนครับว่า MRT แม้ไม่มี blind sign หรือ สัญลักษณ์ นูนต่ำ ที่จะช่วยนำทางคนตาบอดก็ตาม  แต่เจ้าหน้าที่ของ MRT ก็เต็มใจ และช่วยกันให้บริการเป็นอย่างดี
 
เท่าที่ผมสังเกต และ จับความดู ก็เข้าใจว่า เขาเพิ่งเลิกงาน กำลังเดินทางกลับบ้าน   
"อู้  ทำงานไกลเหมือนกันนะเี่นี่ย"
 
เท่าที่ฟังดู ขึ้นจาก ต้นสาย ไปปลายสายเลยนะนั่น
 
ใช่ครับ เรามักไม่ค่อยได้พบผู้พิการทางสายตาในชีวิตประจำวันเท่าไหร่  แต่ว่าเขา อยู่ใกล้กว่าที่เราคิดครับ
ผู้พิการทางสายตา มันได้รับการเห็นใจ  ที่ เหมือน "เวทนา"  มากกว่า "น้ำใจ"   แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดนะครับ
 
ตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้ ผมพบ ผู้พิการทางสายตา ที่ เล่น Twitter กับเขาได้ด้วย  ซึ่ง จะว่าไป คนที่พิการทางสายตา แต่ อ่าน board เล่น forum ก็มี
 
นอกจากนี้ เขาไม่ได้ใช้ twitter แค่  tweet แต่ ยังใช้ "อ่าน" อีกด้วย
 
ฟังไม่ผิดครับ  "อ่าน" นี่แหละ
เพราะทั้งใน มือถือ หรือใน PC ก็มี program ที่ช่วยอ่านหน้าจออยู่
เลยทำให้ผู้พิการทางสายตานี้  มีโลก ผ่าน internet เหมือน คนเราทั่ว ๆ ไปได้
 
สำหรับผมแล้ว คำว่า "เข้าใจ"  ผู้พิการทางสายตา  คงไม่เหมาะสมนัก
คุณเคยปิดตาเดินไหมครับ?  ใช้ชีวิตในโลกมืด ที่ไม่เห็นอะไรเลย 
 
ผมเคยบ้าจี้ ปิดตาเดิน ใช้ชีวิต ในบ้านของผมบ้าง  เพราะ กลางคืนไม่อยากเปิดไฟ
 
แต่แค่นั้น มันก็ไม่สามารถทำให้ผม เ้ข้าใจความรู้สึกของ ผู้พิการทางสายตาได้ดอก
ที่ผมจะหยิบยื่นให้ได้มีเพียงแค่ "ความเห็นใจ"  และ "น้ำใจ" ที่ก้าวข้ามเส้น ความรู้สึกของ เขาไป
 
การหยิบยื่นน้ำใจ ที่เรามอบให้ ควรแต่พอดี ไม่ใช่เกินไป เกินจนทำให้คนรับรู้สึกอึดอัด หรือ สมเพช ตัวเอง 
 
ผู้พิการทางสายตา เขาก็เป็นคนที่ทำงานได้เหมือนเรา ๆ นี่แหละครับ  แค่เห็นใจก็พอ  อย่า "เวทนา" จนเขาต้องรู้สึกแย่เลย
 
 
 
และเพราะ การที่ผู้พิการทางสายตา สามารถเล่น twitter ได้  ทำให้ผมสามารถเขียนเรื่องในวันนี้ได้เช่นกัน
ผมเอง ก็ follow ผู้พิการทางสายตา อยู่บางคนเหมือนกัน  
 
ด้วยความที่ผมประทับใจ คนที่ พิการ แต่ไม่ยอมแพ้ และสู้ชีิวิต 
อย่างน้อย ก็เล่น twitter เหมือนกันได้  ซึ่งให้ผมปิดตา ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเล่นอย่างไร
 
มีผู้พิการทางสายตาคนหนึ่ง เขาทำงานอยู่ที่ร้านนวด ใกล้ ๆ fortune town 
เรื่องนี้ผมก็ทราบมานานแล้ว แต่ทว่า ด้วยความที่ มันไกล ผมก็เลยไม่ได้มีโอกาศแวะไปใช้บริการ เพื่อ ช่วยเหลือเขาสักครั้ง
 
เมื่อ อาทิตย์ที่ผ่านมา เขาบ่นออก TL ว่า  เดือนนี้ลูกค้าน้อย ร้านนวดต้องแย่แน่  แ่ต่เขาทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
 
ตัวผมเองวินาทีนั้น ยอมรับเลยว่า  "ไม่พร้อม" ที่จะไปยุ่งเกี่ยวให้คำแนะนำ  เพราะ ถ้าผมทำ ต้องทำให้ดี ให้เต็มที่
แต่ ณ เวลานั้น  "จะตายแล้วครับ"  คืองานหนัก พักผ่อนน้อย  เงินไม่มี
 
ไอ้ครั้นจะแนะนำให้ใช้ Social Media เพื่อการ โฆษณา ก็ไม่มีเวลาจะ อธิบาย 
 
วินาที นั้นผมจึง บอกไปว่า  "ไม่รู้จะทำอย่างไรดี คงช่วยได้แค่ Retweet"
 
 
นั่นแหละครับ จึงเกิดประเด็นขึ้นมา
 
เพราะว่าผมใช้ Official Retweet หรือ อีก ที่รู้จักกันว่า API Retweet 
 
แน่นอนครับว่า tweet ของ ผู้พิการทางสายตาคนที่ผมว่านั้น จะไปโผล่ใน TL ของ Follower ผมเต็ม ๆ  แบบ ไม่เห็นว่าผม เป็นคน tweet 
 
ทำให้ follower ผมคนหนึ่ง จึงสนใจ และทักคุยกัน กับ ผู้พิการทางสายตานั้น
 
จากคนสองคน ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย  และ ไม่รู้จักกันเลย  
มารู้จักกัน และ follow กันได้เพราะ Retweet นี่แหละ
 
ถือว่า โชคดี ที่ follower ผมคนนั้น ก็ให้คำแนะนำ และ ช่วยประชาสัมพันธ์ฺ ถึงร้านนวดนั้น ให้
 
ซึ่งรายละเอียด มากว่านั้น ผมเองก็ไม่ทันได้สังเกต  เพราะ สติหลุดลอย หลับไปแล้ว
 
 
Twitter และ การ Retweet ช่วยอะไรได้ไม่น้อยนะครับ  
 
อย่างน้อย ผมก็ได้เห็น มิตรภาพ และ น้ำใจ ที่เกิดขึ้นมาจากตรงนี้ 
 
 
 
อนึ่ง ใครสนใจ  ผู้พิการทางสายตาที่ผมเล่า  แนะนำให้ follow @@jearbjearb  ได้เลยครับ 
 
ส่วน follower ของผมที่เล่านั้นคือ  @iinoonnii  ครับผม

Comment

Comment:

Tweet

E-mail: Au_jabjab_@hotmail.com

 

#2 By auu (180.183.135.225) on 2015-10-07 04:14

ผมสนใจผู้พิการทางตาครับพอดีผมอยากได้ข้อมูลหรือสัมพาทคนตาบอด

ผมเป็นนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหวิทยาลัยศรีปทุม

ซึ่งตอนนี้ผมได้ทำวิทยานิพจเกี่ยวกับคนตาบอดอยู่ครับ ก้คือผมต้องการที่จะทำปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่คนตาบอดไม่เคยได้เข้าถึงหรือได้รับรู้ ให้มีตัวตนแระทำให้คนตาบอดได้รู้สึกของสถานที่นั้นจริงๆครับ

ขอความกรุณาด้วยครับขอคุณครับ ติดต่อ Facebook: Auu Niwat

To.0878567895 ชื่อ อู๋ ครับ

#1 By auu (180.183.135.225) on 2015-10-07 04:10