ก่อนเข้าเรื่องผมขออภัยผู้ที่แวะเข้ามาอ่าน blog ผมทุกท่านก่อนว่า 
 
สอง content ที่ผมเขียไปก่อนหน้านี้ เพราะความรีบ ผมจึงไม่ได้ตรวจสอบว่า รูปมันใหญ่ จนไปบัง hotlink ด้านขวาจนหมด ทำให้ click ไม่ได้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 
 
 
เอาหล่ะเ้ข้าเรื่องของ software Optimus One กันดีกว่า
 

ทาง LG ประกาศตัวเลยว่า (กล้าประกาศเยอะจริง)
"Optimus One เ็ป็นเครื่องที่ทาง Google ใช้ Test  Froyo  มันจึง born to be Froyo  ถ้ามันไม่เหมาะกับการเป็น Froyo แล้วจะมีใคร เหมาะกว่ามันอีกหล่ะ?  แม้กระทั้ง PR VDO Froyo ที่ทาง Google นำออกฉาย เครื่องที่ อยู่ใน VDO ยังเป็น Optimus One เลย"
 
ดันนั้นใน Optimus One จึงมาพร้อมกับ Froyo Official จาก google โดยตรง  นับ ๆ กันแล้ว ถ้าเป็นตัว Official ก็เป็นที่สอง รองจาก HTC Desire เลยทีเดียว
ซึ่ง ตัวอื่น มี Froyo บ้างแล้ว แต่ไม่ได้ Official zone บ้านเรา ก็เท่านั้นเอง
 
 
นับกันจริง ๆ แล้วในรุ่นเล็ก ยันรุ่นกลาง  คงมี Optimus One เป็นตัวแรกเลยที่กล้าใช้ Froyo เพราะ โดยรวมแล้ว Froyo ทำงานได้ดีกว่า Eclair อย่างแน่นอน แต่ spec requirement ก็สูงกว่าด้วย 
 
 
งั้นตอนนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า LG ให้ UI หรือ Launcher อะไรมาใช้ใน Optimus One
 
สิ่งที่ LG นำเสนอมานั้น มากับความเรียบง่ายที่ชื่อว่า LG Home ครับ
 
 
เปิดมาก็จืด ๆ ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ
widget & Shorcut ที่ด้านบน
และ app buttone กับ hot link อีก 4 ตัว
 
โดย LG Home นั้น สามาถเลือกได้ว่า จะตั้งเป็น 5 หน้า หรือ 7 หน้า
โดยการกด menu และ เปิดคำสั่ง home setting ขึ้นมา
 
 
 
 
default widget ของ LG home ที่มีมานั้น จะประกอบไปด้วย 
 
Calendar
 
เมื่อ tap เข้าไปดู จะเป็นแบบ agenda แต่เราก็สามาเลือกได้ว่า จะเปิดมองแบบใด 
  
 
 
ซึ่งสำหรับคนที่ ไม่เคยใช้ android มาก่อน  ถ้าคิดอะไรไม่ออก ผมแนะนำให้กด menu เสมอครับ  
 
คำตอบ ตัวช่วย ทางออก  มันมักจะอยู่ตรงนี้แหละ
 
 
 
Widget ที่ มาเป็น default อีกตัวนึงคือ Text Box แน่นอครับ สำหรับคนที่ชอบ  sms มันคนสะดวก และ สวยงามขึ้นอีกเยอะ
 
 
ส่วน widget ที่เหลือก็จะเป็น Music, Favorites Pages, Social Network ต่าง ๆ 
 
 
 
ว่ากันตรง ๆ นะครับ หน้า Home ของ LG Home นั้น  จืดชืด และ ธรรมดามาก
ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ โดดเด่น สำหรับคนที่่ใช้ android ได้บ้างแล้ว
 
แต่สำหรับ beginner user นั้น ผมว่า มันเด่นตรงนี้แหละ
 
ความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนนี่แหละ ทำให้คนที่จะใช้ ก็ใช้งานได้ง่าย เข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องเรียนรู้เยอะ
 
แต่ไอ้ที่เด็ด ไม่ใช่ตรงนี้ครับ
 
แต่เป็นการที่คุณ tap ปุ่ม app มาดู app ที่เหลือทั้งหมดต่างหาก
 
ความเก่งมันอยู่ตรงนี้แหละ
 
 
 
โดย LG เขาจะแบ่งไว้สองส่วนครับ 
ส่วนบน เป็น application ปรกติ ที่ แถมมากับเครื่องแต่แรก  และ ส่วนที่สองคือ app ที่ เรา download เองจาก market
 
ซึ่งส่วนนี้มีผลต่อ new user มาก
เนื่องจากกว่า หน้านี้ของ android โดยปรกติแล้วจะ "มั่วนรก"
 
คือ ไม่มีหลักเกณฑ์อะไรทั้งนั้น 
ไม่เสมอไปว่า เรียงตามตัวอักษร
ไม่เสมอไปว่า เรียงตามความเก่าใหม่
ไม่เสมอไปว่า เรียงตามขนาด
คือ ไม่มีหลักเกณฑ์อะไรทั้งนั้น (ย้ำสองครั้ง)
 
ดังนั้นพอลง app ใหม่ไปต้องมาไล่หาว่า "มันอยู่ตรงไหนของป่า?"
 
 
ที่สำคัญคือ หน้านี้ มันสั่ง sort ไม่ได้อีกต่างหาก ซึ่งเป็นจุดที่ผม เกลียดมาของ android เนื่องจากว่า มันรกไม่เป็นระเบียบ
 
ไอ้ครั้นจะจัดเอง  มันก็ไม่ยอมให้จัดด้วย   คือ ก็ไม่รู้ว่า ทำไม google ทำอะไรมักง่ายแบบนี้  แต่ก็ยังดีที่ LG ใส่ UI ที่แก้ ปัญหานี้ออกมา
 
 
ถ้าเห็นตรงนี้ คงชัดเลยใช่ไหมครับว่า ปัญหาต่าง ๆ แก้ได้ง่ายมาก
 
คุณจะ move item เพื่อจัดหน้าตามใจชอบก็ได้
หรือจะ uninstall ที่หน้านี้เลยก็ได้ ไม่ต้องเข้าไป setting ให้ลึก ให้ดูยาก เข้าใจยาก
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ การ แบ่ง category 
 
ซึ่งผมเห็นว่ามีประโยชน์มาก เนื่องจากมันทำให้เราสามารถ จัดกลุ่มการใช้งานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีอะไรมาปนกัน 
แต่ ในเครื่องทดสอบ ผมจึง ทดลองให้ดู คร่าว ๆ แค่นั้นครับ 
 
 
เมื่อเราสั่ง create category ใด ๆ แล้ว มันจะไปโผล่อยู่ด้านบนสุด  เหมือนให้ความสำคัญว่า เพราะเราเลือก เราน่าจะใช้บ่อยสุด มันเลยอยู่บนสุด 
ไอ้ที่ฮาอย่างหนึ่งคือ เราสามารถ create category ที่ชื่อซ้ำกันเดี๊ยะ ๆ  กี่ ชื่อก็ได้ด้วย
 
แต่ข้อด้อยที่ค่อยข้างขัดตาสำหรับผมคือ การ move item เข้า category
 
category ของ LG นั้น เมื่อ create แล้ว ไม่ได้มี app list ขึ้นมาให้เรา เลือกติ๊ก ว่าจะเอา app นี้ไปอยู่ตรงนี้นะ
 
แต่เป็นแค่ ช่องว่าง ๆ  แล้วให้เราลาก app ลงไปทีละตัว
 
โดยส่วนตัว มันเข้าใจง่ายครับ สำหรับ user ใหม่ๆ  แต่สำหรับผม ผมว่ามันไม่ค่อยสะดวกไปนิด คือมันน่าจะฉลาดได้กว่านี้เท่านั้นเอง
 
 
 
ข้อเด่นอย่างหนึ่งของ Optimus One นั้น คือ app ที่แถมมาค่อนข้างครบครัน
 
อืม มีอะไรกันบ้าง เราลองไปดูกันดีกว่าครับ
 
 
ผมยอมรับครับว่า app ที่แถมมานี้ ผมไม่ได้ลองใช้หมดทุกตัว และจะให้มา review ทุกตัวก็คงไม่ไหว
 
เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้ ผมปิดประเด็น แค่นี้ดีกว่า  เดี๋ยวตอนหน้าเราจะมาคุยกันว่า
 
Optimus One test กับ Game ต่าง ๆ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง  
 
 

Comment

Comment:

Tweet